แกงสับนกปลา เมนูแกงไทยโบราณหอมกลิ่นสมุนไพร

แกงสับนกปลา เมนูแกงไทยโบราณหอมกลิ่นสมุนไพร

แกงสับนกหมูกินบ่อยจนใคร ๆ ก็เบื่อ ลองเปลี่ยนมาทำแกงสับนกปลา อาหารไทยเคี้ยวนุ่มหนึบหอมกลิ่นสมุนไพร อร่อยคุ้มค่าที่ทุกคนต้องลอง
ส่วนผสม แกงสับนกปลา
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​เนื้อปลา สับละเอียด
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​น้ำแข็ง
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​เกลือกะทิ
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​น้ำพริกแกง
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​น้ำปลา
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​น้ำตาลปี๊บ
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​มะเขือพวง
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​กระชาย
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​พริกสด
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ใบมะกรูด
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ใบโหระพา
 
ส่วนผสม น้ำพริกแกง
 
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​หัวกระชาย
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​พริกไทยดำ
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​ผิวมะกรูด
​​   ​​  ​​​​ ​​​​​​•​ ​หางกะทิ
 
วิธีทำน้ำพริกแกง
​​      ​​​​►​ ​ปั่นหัวกกระชาย พริกไทยดำ ผิวมะกรูด และหางกะทิเข้าด้วยกัน
วิธีทำแกงสับนกปลา

แกงสับนก

แกงสับนก

​​      ​​​​►​ ​แกงสับนกในวันนี้เป็นแกงลูกผสมเพราะบางพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช้กระชาย พริกแกงจะเน้นที่หัวกระชาย พริกไทยดำ และผิวมะกรูด นำมาปั่นกับหางกะทิรอไว้
​​      ​​​​►​ ​ส่วนผักใส่ได้ทุกอย่างเช่น ถั่วฝักยาว ถั่วพู มะเขือเปราะ มะเขือพวง ฟัก พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด และโหระพา ถ้าเป็นแกงป่าจะใช้กะเพราหรือใบยี่หร่าแทน

 

 

 

 

แกงสับนก

แกงสับนก

แกงสับนก

แกงสับนก

​​      ​​​​►​ ​แกงกะทิต้องการให้แตกมันจึงต้องเคี่ยวหัวกะทิให้แตกมันก่อน

ชาวบ้านสมัยก่อนจะแกงกะทิแต่ละทีต้องเก็บมะพร้าวแก่เอง บางบ้านอาจจะมีมะพร้าวแก่เก็บไว้เพื่อแกงหรือทำขนม ถ้าเป็นลูกก็ต้องปอกเปลือกมะพร้าวด้วยการเฉาะและฉีกเปลือกกองไว้ ใช้มีดเหลาขุยมะพร้าวที่ติดกะลาออกก่อนแล้วจึงเฉาะผ่า 2 ซีก เตรียมนำไปขูด โชคดีก็ได้กินจาวมะพร้าว มัน ๆ หอม ๆ ก่อนขึ้นนั่งบนกระต่ายขูดแล้วขูดเนื้อมะพร้าวเหมือนในหนังเรื่องไอ้ฟัก ขูดเสร็จก็ต้องเอาไปคั้นในผ้าขาวบาง หรือกระชอนไม้ไผ่ ถ้าเป็นหน้าหนาว น้ำที่จะนำมาคั้นเย็นต้องใช้น้ำอุ่นแทน ยิ่งมะพร้าวมีไขมันสูง น้ำเย็นคั้นจึงเป็นเรื่องที่ลำบาก

​​

กากมะพร้าวคั้นเสร็จนำไปตากแห้งไว้ผสมรำให้หมู เป็ด ไก่ หรือหว่านให้ไก่จิกสด ๆ ก็ได้

​​      ​​​​►​ ​หัวกะทิน้ำแรก แยกมาขึ้นกระทะ เคี่ยวไฟอ่อน ๆ จนแตกมันแล้วค่อย ๆ เติมหัวกะทิที่เหลือเคี่ยวต่อ เมื่อแตกมันได้ที่ สังเกตริมกระทะจะมัน ๆ เยิ้ม ๆ ค่อยใส่พริกแกงลงไปแล้วเคี่ยวให้หอม พอเดือดช่วงนี้แหละที่กะทิจะปะทุเดือดปุด ๆ ต้องกวนไม่ให้กะทิปุดมาโดนไม้โดนมือ จึงเป็นเรื่องที่ลำบาก ราว ๆ 15-20 นาที พริกแกงถึงจะสุกและส่งกลิ่นหอม
​​

ในปัจจุบันแกงถุงที่เราซื้อกินที่เป็นแกงกะทิ มองลงไปในหม้อมันเยิ้มดูน่ากิน อย่าไปเชื่อเด็ดขาดว่า มันจากกะทิ มันคือน้ำมันพืชที่เทลงไปผัดเครื่องแกง ไม่ใช่กะทิที่เคี่ยวให้แตกมันดูน่ากินเหมือนสมัยก่อน

แกงสับนก

แกงสับนก

แกงสับนก

แกงสับนก

แกงสับนก

​​      ​​​​►​ ​เนื้อปลาเล็กปลาน้อยพร้อมปลากุเลาตัวใหญ่กิโลกว่า ๆ นำมาแล่เนื้อ ปลิดหนังออกแล้วสับจนก้างราวท้องละเอียด
​​      ​​​​►​ จากนั้นนำลงไปโขลกในครกหิน ใส่น้ำแข็งสักหน่อย ใส่เกลือสักนิด การใส่น้ำแข็งลงในเนื้อปลาเพื่อให้เนื้อปลาคลายความกระด้างลง ถ้าเป็นเนื้อปลาล้วน ๆ จะกระด้าง กินแล้วสาก ๆ ไม่นุ่มจึงต้องใส่น้ำแข็งลงไป น้ำแข็งละลายเป็นน้ำเพิ่มความชื้นให้เนื้อปลานุ่มขึ้น เกลือเพื่อเพิ่มรสชาติ

แกงสับนก

 

 

 

 

​​      ​​​​►​ ​โขลกเนื้อปลาจนเป็นเนื้อเดียวกัน เนื้อปลาจะเหนียวยกสากขึ้นได้ยาก ให้ปั้นก้อนแล้วใส่ลงในกะทิเครื่องแกง เพื่อทดสอบรสสัมผัสของเนื้อปลา ถ้าไม่เหนียวก็โขลกต่อ ถ้าจืดก็ปรับเพิ่มเกลือ ถ้ามีเครื่องปั่นจะช่วยให้ขั้นตอนการโขลกเนื้อปลารวดเร็วขึ้น

แกงสับนก

แกงสับนก

​​      ​​​​►​ ​เมื่อปลาได้ที่ก็ปั้นใส่ลงในกระทะ ปรับชิมรสชาติแกง เติมน้ำปลากับน้ำตาลปี๊บเท่านั้น ใส่มะเขือพวง กระชาย พริก ใบมะกรูด และโหระพา

แกงสับนก

​​      ​​​​►​ ​เห็นไหมครับว่า กว่าจะได้มาเป็นแกงสับนกต้องใช้เวลามากกว่าแกงอื่น ๆ แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอยเพราะความอร่อยรอคุณอยู่

​​      ​​​​►​ ​รอยเนื้อปลาที่เป็นรูปนิ้วเหมือนกับสร้างความขลังว่าอร่อย เหมือนกับทอดมันที่เราเห็นคนปั้นตักขึ้นจากกระทะ

แกงสับนก

​​      ​​​​►​ ​อดใจไม่ไหวถึงกับต้องรีบจับขนมจีนมาหนึ่งจับ คลี่เส้นกระจายออก ตักน้ำแกงราดพร้อมเนื้อปลาสับนก น้ำแกงโชยกลิ่นกระชายคลุ้งก่อนอย่างอื่น ตามด้วยใบโหระพาลอยมาพร้อมไอร้อน ๆ แกงข้นลงตัวกับขนมจีน รสเผ็ด เค็ม และหวานบาง ๆ จากกะทิ หอมกลิ่นเครื่องแกงที่แฝงผิวมะกรูด เนื้อปลาเหนียวหนึบ นุ่มแต่ไม่เละ ยามที่เคี้ยวถูกกระชายฝอยยิ่งพาให้หอมอร่อย มะเขือพวงแตกในปากกรุบ ๆ ความเผ็ดร้อนเริ่มตามมา พาให้ต้องตักเข้าปากเพิ่ม เพราะหากหยุดจะเผ็ดร้อนทันที
​​      ​​​​►​ ​ความอร่อยอยู่ที่เนื้อปลาและความมันกะทิรวมถึงกลิ่นเครื่องเทศสมุนไพร

​​      ​​​​►​ ​ปลากุเลาเค็มที่ทำไว้วันก่อนนำมาทอดแกล้มกับแกง ผ่าครึ่งเอาก้างกลางออก บีบมะนาว โรยพริก เนื้อกุเลายังคงความเป็นเส้นเสี้ยน หมายถึง เนื้อปลาสด ไม่เละเหมือนเนื้อทราย กลิ่นกุเลาเค็มหอมมีเสน่ห์ยั่วให้ท้องไส้ส่งเสียง

​​      ​​​​►​ ​ขนมจีนอย่างเดียวเอาไม่อยู่ ต้องเพิ่มข้าวหอมมะลิใหม่นุ่ม ๆ ตักจากปากหม้อ ไอข้าวใหม่ยิ่งหอมชวนกิน ตักแกง พร้อมชิ้นปลาสับนก ตามด้วยปลาเค็มชิ้นเล็ก เผ็ด หอม และเค็มอยู่ในปาก ก่อนตักชิ้นปลาสับเคี้ยวเพลิน ๆ

​​      ​​​​►​ ​เผลอแป๊บเดียวบ่ายสามแล้ว ต้องขอลาไปด้วยชิ้นปลาสับชิ้นนี้
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *