หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง อาหารเวียดนามเป็นกับแกล้มก็แซ่บเว่อร์

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง อาหารเวียดนามเป็นกับแกล้มก็แซ่บเว่อร์

หมูสามชั้น ซี่โครงหมูอ่อน และกุ้งสด นำมาต้มซีอิ๊ว เป็นอาหารของชาวเวียดนาม จุดหลักอยู่ที่การเอากุ้งมาเพิ่มรสชาติของหมู เพราะกุ้งมีสารกลูตาเมตเยอะ หรือมีรสอูมามิสูงกว่าหมู แต่หมูมีไขมันทำให้อาหารอร่อย เพราะไขมันจะไปเคลือบที่ลิ้น ทำให้รสชาติอาหารติดอยู่บนลิ้นได้นาน อาหารรายการนี้ใช้ซี่โครงหมูอ่อน แต่เสริมด้วยหมูสามชั้นเพื่อให้มีไขมันเพิ่ม รสชาติอาหารจะได้อร่อยขึ้น

 ส่วนผสม

 ซี่โครงหมูอ่อน 1 กิโลกรัม
 หมูสามชั้น 1/2 กิโลกรัม
 กุ้งสด 1/2 กิโลกรัม
 หอมใหญ่ซอย 3/4-1 ถ้วย
 น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
 ซีอิ๊วหวาน (ตราจี้แซ จากนครสวรรค์)
 ซีอิ๊วขาว
 เหล้าจีน 1/2 ถ้วย
 น้ำร้อน

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง
ภาพซีอิ๊วหวาน (ตราจี้แซ จากนครสวรรค์)

 วิธีทำ

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 นำซี่โครงหมูอ่อนมาสับเป็นชิ้นเล็กและหั่นหมูสามชั้นขนาด 3 x 3 เซนติเมตร ใช้กรรไกรมาปอกเปลือกด้านบนของตัวกุ้งเพื่อให้แกะกุ้งได้ง่ายขึ้น (ไม่ต้องปอกเปลือกกุ้ง)

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 นำหอมใหญ่ไปผัดกับน้ำมันพืชด้วยไฟอ่อนประมาณ 5 นาทีจนเนื้อหอมใหญ่สุกใส จากนั้นใส่หมูสามชั้นลงไปผัดจนสุก เสร็จแล้วตักหมูสามชั้นขึ้น พักไว้

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 ใส่ซี่โครงหมูอ่อนลงไปผัดประมาณ 5 นาที

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 ใส่หมูสามชั้นลงไป ตามด้วยซีอิ๊วหวานและซีอิ๊วขาวลงไปให้ทั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 ใส่เหล้าจีนลงไป ตามด้วยเติมน้ำร้อนให้เกือบท่วมส่วนผสมเนื้อหมู

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 ต้มจนเดือด ปิดฝา แล้วหรี่เป็นไฟอ่อน ตุ๋นไปอีกประมาณ 1.15 ชั่วโมง (75 นาที) หรือจนเนื้อหมูเริ่มเปื่อย

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 ใส่กุ้งสดลงไป เคี่ยวต่ออีกประมาณ 30 นาที

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 รสชาติของกุ้งจะเข้าไปช่วยเพิ่มรสชาติของน้ำซีอิ๊วทำให้หวานขึ้นอีกเยอะ ตักเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือบะหมี่ก็รสเลิศ

หมูต้มซีอิ๊วใส่กุ้ง

 อาหารจานนี้สามารถที่จะใช้ปลาหมึกแห้งหรือเนื้อหอยลายสดแทนกุ้งได้ เพราะอาหารทะเลมีสารกลูตาเมต (Glutamate) สูง ถ้าเป็นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านบึง ร้านบะหมี่กวางตุ้งที่ตรอกเจริญไชย ตลาดใหม่  ต้มน้ำซุปกระดูกหมูจะใส่ปลาหมึกแห้งไปด้วย ทำให้น้ำซุปหวาน สวัสดี

   อาหารเวียดนามอย่างเมนูหมูซีอิ๊วใส่กุ้งทำง่ายมากเลยค่ะ มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์เต็ม ๆ ถ้าใครได้กินจะสัมผัสรสหวานหอมแบบอูมามิโดยที่ไม่ต้องใส่ผงชูรสเลยสักช้อน ถ้าหากมีเวลาควรทำตั้งแต่ตอนเช้าเพราะต้องตุ๋นจนเนื้อหมูเปื่อย มื้อเที่ยงก็จะได้กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ได้พอดีเป๊ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณ swin สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *