โจ๊กหมูทรงเครื่องหมูบดหมัก น้ำซุป เครื่องเคราแน่นไม่เหม็นคาว

โจ๊กหมูทรงเครื่องหมูบดหมัก น้ำซุป เครื่องเคราแน่นไม่เหม็นคาว

 

 

ส่วนผสม เครื่องในสำหรับใส่โจ๊ก

– ตับหมู 300 กรัม

– เซี่ยงจี๊ 300 กรัม

– ไส้อ่อน 500 กรัม

– กระเพาะหมู

– แป้งมันสำปะหลัง

– น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ

– เกลือป่น

– ขิงแก่ทุบ 1 ท่อน

 

ส่วนผสม หมูบดหมัก

– หมูบด 600 กรัม

– กระเทียมจีนแกะเปลือก 10 กลีบ

– พริกไทยขาว 40 เม็ด

– ซีอิ๊วขาว (สูตร 5) 2 ช้อนโต๊ะ

– น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

– เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา

 

ส่วนผสม น้ำซุป

– น้ำเปล่า 12 ลิตร

– กระดูกหมูคาตั๊ง ทุบให้หักครึ่ง 4 ท่อน

– รากผักชี 5 รากใหญ่

– ขิงแก่ (น้ำหนักชิ้นละ 50 กรัม) 2 ชิ้น

 

ส่วนผสม หมี่กรอบสำหรับโรยหน้า

– เส้นหมี่ขาวอบแห้ง

– น้ำมันพืช

 

ส่วนผสม ข้าวโจ๊ก

1. ปลายข้าวหอมมะลิใหม่ 450 กรัม (แต่วันนี้ดิฉันใช้เป็นข้าวกล้องปั่นหยาบ ๆ นะคะ)

2.น้ำซุป 30 ถ้วยตวง

3.เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ

4. ผงปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยว ซองสีเขียวอ่อน 4 ช้อนโต๊ะ (ยี่ห้อไปตามหาเอาที่ตลาดและซูเปอร์มาร์เกตเอานะคะ)

5หมูบดปรุงรสที่เตรียมไว้

 

เครื่องเคียงอื่น ๆ

1.ต้นหอมซอย

2.ขิงซอย

3.ไข่ลวก

4.พริกไทยป่น

วิธีเตรียมเครื่องในสำหรับใส่โจ๊ก

 

1. แล่ตับให้เป็นชิ้นบาง ๆ นำไปคลุกเคล้ากับแป้งมันสำปะหลัง (สัดส่วนโดยประมาณคือ ตับ 300 กรัม ต่อแป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะพูน)

ขยำให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 30 นาทีแล้วนำมาล้างแป้งออกให้สะอาด จากนั้นจึงนำไปลวก

 

2. นำเซี่ยงจี๊มาผ่าครึ่งตามยาว ใช้ปลายมีดเลาะเอาพังผืดสีขาวด้านในออก ล้างให้สะอาด แล่เป็นชิ้นบาง ๆ นำไปคลุกเคล้ากับแป้งมัน

สำปะหลัง (สัดส่วนโดยประมาณคือ เซี่ยงจี๊ 300 กรัม ต่อแป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะพูน) ขยำให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 30 นาที แล้วนำ

มาล้างแป้งออกให้สะอาด จากนั้นจึงนำไปลวกรอไว้เช่นเดียวกันกับตับ หรืออาจจะทำความสะอาดให้เสร็จทีเดียว แล้วตั้งน้ำลวกพร้อม ๆ กัน

ก็ได้ค่ะ

 

3. ไส้อ่อน ใช้สายยางสะอาดต่อกับก๊อกน้ำ สวมไส้อ่อนเข้ากับปลายสายยางด้านหนึ่ง บีบให้แน่นแล้วเปิดน้ำแรง ๆ เพื่อให้แรงดันน้ำชะล้างไข

มันและความสกปรกออกมาจากไส้ จากนั้นบีบเอาน้ำออก ขยำไส้กับแป้งมันสำปะหลังและน้ำส้มสายชู (สัดส่วนโดยประมาณคือ ไส้อ่อน 1/2

กิโลกรัม ต่อน้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ และแป้งมันสำปะหลัง 5 ช้อนโต๊ะ) ขยำทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยวิธีใช้สายยางเหมือนครั้งแรกให้

สะอาด จากนั้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

4. ผ่าครึ่งกระเพาะหมูแล้วแบะข้างในออก ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด จากนั้นใช้เกลือป่นขัดถูให้ทั่ว ตามด้วยการถูด้วยแป้งมันสำปะหลัง จากนั้น

ล้างน้ำออกให้สะอาด นำไปต้มในน้ำเดือดที่ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อย พร้อมกับขิงแก่ทุบ 1 ท่อน โดยอาจต้มพร้อมกับไส้อ่อน พอเปื่อยนุ่มจึง

นำขึ้นมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ

 

เตรียมหมูบดหมัก

 

โขลกกระเทียมจีนกับพริกไทยขาวให้ละเอียด จากนั้นใส่เนื้อหมูบดลงไปโขลกให้เหนียวเข้ากันดี ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และเบกกิ้งโซดา

ลงไปโขลกนวดให้เข้ากัน ใส่ภาชนะปิดฝาหมักทิ้งไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

เตรียมน้ำซุป

 

1. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้มให้เดือด

2. พอน้ำเดือดแล้วใส่กระดูกหมูลงไป ปิดฝาต้มให้เดือดอีกครั้ง

3. ลดไฟลงให้เหลือไฟอ่อน ใส่รากผักชีลงไปต้มด้วยไฟอ่อน ๆ ต่อไปอีก 60 นาที

4. พอครบเวลาจึงใส่ขิงแก่ลงไปแล้วปิดฝาต้มไฟอ่อนต่ออีก 30 นาที (ต้มไปเรื่อย ๆ กะว่าให้น้ำลดลงเหลือประมาณ 8-10 ลิตร) จึงยกลงจาก

เตา พักทิ้งไว้ให้เย็น

หมายเหตุ : สูตรนี้เราจะไม่ใช้น้ำตาลเพราะเราจะใช้ความหวานจากการเคี่ยวกระดูกหมูแทน แต่ถ้าใครชอบใส่ก็สามารถใส่ได้แต่ไม่ควรเกิน

40 กรัม

เตรียมหมี่กรอบไว้โรยหน้าโจ๊ก

 

คลี่เส้นหมี่อบแห้งออกจากกัน จากนั้นนำกระทะตั้งบนเตา ใส่น้ำมันพืชลงไป (ในปริมาณที่ค่อนข้างมากสักหน่อย) รอจนน้ำมันร้อนจัดแล้วหรี่

ไฟลง นำเส้นหมี่ลงทอดอย่างรวดเร็ว แล้วนำขึ้นสะเด็ดน้ำมัน พักรอไว้

ขั้นตอนการต้มโจ๊ก

 

1ล้างปลายข้าวให้พอหมดฝุ่น จากนั้นตักน้ำซุปที่เย็นแล้วใส่ลงไป 30 ถ้วยตวง

 

2.นำขึ้นตั้งไฟต้มให้เดือด ระหว่างนี้ให้หมั่นคนเป็นระยะ ๆ พอเดือดแล้วจึงหรี่ไฟอ่อน ตุ๋นข้าวให้เมล็ดบานสุกนุ่มและมีลักษณะเหนียวข้น หาก

รู้สึกว่างวดเกินไปให้เติมน้ำซุปทีละน้อย เวลาที่โจ๊กของเราข้นแล้วตอนนี้ให้คอยหมั่นคนหน่อยนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะติดก้นหม้อและ

ไหม้ได้

 

หมายเหตุ : แต่ถ้าเป็นข้าวกล้องแบบเต็มเมล็ดจะต้องล้างข้าวก่อนแล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นจึงนำมาปั่นหยาบ ๆ แล้วจึงนำไปต้มค่ะ

3.ใส่เกลือป่นลงไป ตามด้วยผงปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยว

 

4. ปั้นหมูที่เราหมักไว้เป็นก้อน ๆ ใส่ลงไป คอยคนไปเรื่อยจนกระทั่งหมูสุก ชิมรสชาติดูให้พอดีก็ใช้ได้ค่ะ

 

5. ตักโจ๊กใส่ชาม ใส่ตับหมูลวกสุก เซี่ยงจี๊ลวกสุก ไส้อ่อนต้ม กระเพาะต้ม และไข่ลวกลงไป โรยด้วยต้นหอมซอย ขิงซอย พริกไทยป่นเล็กน้อย และหมี่กรอบตามชอบใจ

 

ขอขอบคุณข้อมูลโดย

เฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา

 

 

Related Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *